โทนี่สอนน้อง

ผมหลงรักการเดินทาง เพราะมันทำให้ผมตระหนักว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่แค่ไหน

โทนี่ วิลเลอร์ เปิดใจกับเราถึงความรู้สึกที่เขามีต่อการท่องโลกกว้าง แม้เป็นการพูดคุยในช่วงสั้นๆ ก่อนที่เขาจะขอตัวไปขึ้นเวที “B2S Never Stop Traveling-Inspired by Lonely Planet ท่องเที่ยวไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่หยุดนิ่งที่บริษัท บีทูเอส จำกัด จัดร่วมกับ สำนักพิมพ์ Lonely Planet โดยงานดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันก่อน ณ ร้าน บีทูเอส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
โทนี่ วิลเลอร์ ในฐานะผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ และนักเขียนผู้ย่างก้าวสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนมาแล้วทั่วโลก จึงไม่พลาดมาร่วมงาน

การสนทนานอกรอบของเรากับเจ้าพ่อไกด์บุ๊คผู้นี้ จึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันจำกัด แต่ไม่ว่าอย่างไร

ทัศนคติว่าด้วยเรื่องจิตสำนึกของนักเดินทาง ที่เราเอ่ยถาม ก็ได้รับคำตอบอันน่าสนใจยิ่ง พื้นที่นับจากนี้ จึงขอมอบแด่คำบอกเล่าของชายผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่หัวใจรักอิสระอีกนับล้านทั่วโลก

ถ้าถามว่าอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมออกเดินทาง นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าตอนเป็นเด็กผมชอบสะสมแสตมป์ ทำให้เห็นภาพที่แตกต่างกันไปของแต่ละประเทศ

เมื่อเอ่ยถึงแรงบันดาลใจแรกเริ่ม โทนี่ ก็นำเราไปสู่เสน่ห์ของการเดินทางแบกเป้ ที่กลายเป็นวัฒนธรรมยอดนิยมของวัยรุ่นทั่วโลกที่อยากสัมผัสโลกกว้าง

สำหรับผมเสน่ห์ของการแบกเป้เที่ยวคือความอิสระของชีวิตวัยรุ่น มันคือสิ่งที่การเดินทางแบบไฮคลาสให้ไม่ได้ เพราะการเที่ยวแบบประหยัดจะพาคุณลงไปสัมผัสลึกถึงวิถีชีวิตที่แท้ของผู้คนในประเทศนั้นๆ ซึ่งนั่นทำให้คุณเข้าถึงวัฒนธรรมของเขาได้ดีกว่าการเดินทางในรูปแบบอื่นๆ”

แล้วคำถามเชยๆ ล่ะ อย่างเช่น คุณประทับใจที่ไหนที่สุด

ผมชอบทุกที่ที่ผมเดินทางไป เพราะผมเชื่อว่า ทุกที่ล้วนมีความน่าสนใจทั้งนั้น อยู่ที่ว่าคุณเปิดตา เปิดใจรับได้กว้างแค่ไหน

ใครๆ มักบอกว่าการเดินทางเหมือนการส่องกระจก ให้เราค้นพบตัวเอง แล้วคุณรู้สึกอย่างนั้นไหม ?

มันก็คงเป็นอย่างนั้น ถ้าเปรียบเทียบตรงๆ เวลาไปเที่ยว ให้คุณลองหยิบกระจกขึ้นมาส่อง คุณก็คงเห็นรอยยิ้ม เห็นความสุขของคุณอยู่ในนั้น อีกนัยหนึ่งมันก็คือการที่คุณได้ค้นพบข้อดีข้อเสียของตัวเองด้วยเช่นกัน”

โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนใจร้อน เจ้าอารมณ์ คุณก็จะได้เรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่จะเป็นอย่างที่ใจคุณต้องการไปเสียทุกอย่างหรอก ในทางกลับกันมันก็อาจมีสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด เพราะฉะนั้นคุณสมบัติสำคัญที่นักเดินทางควรจะต้องมีก็คือ ความยืดหยุ่น เช่น คุณอาจจะทำของหาย ไม่มีที่พัก หรืออาจต้องติดแหง็กอยู่ในโรงแรม ไปไหนไม่ได้ ทัศนคติและใจที่ปล่อยวางจึงสำคัญมาก

การพูดคุยดำเนินต่อเนื่องไปถึงคำถามที่ว่าเขาเคยเกิดความขัดแย้งในใจไหม เมื่อเดินทางไปประเทศหรือเมืองเล็กๆ สักแห่งแล้วอยากเก็บไว้ในความทรงจำของตัวเองคนเดียว เก็บไว้เป็นความลับ ไม่อยากเผยแพร่ให้คนทั้งโลกรู้

ผมไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนั้นเลย เพราะสำหรับผม สิ่งสำคัญที่สุดในการเขียนหนังสือก็คือ การ เขียนความจริงอย่าลืมว่า ไม่มีความลับอยู่ในโลกนี้ และผมเชื่อว่านี่คือจุดแข็งของโลนลี่แพลนเน็ทที่คู่แข่งไม่มี เรานำเสนอทุกความจริงในโลก ไม่ว่าพบเห็นอะไรคุณก็ต้องเขียนมันออกไป

ปิดท้ายด้วยความทรงจำดีๆ ของเขา รวมถึงแง่คิดที่ไม่อาจมองข้าม ต่อหลายดินแดนที่ถูกตำรวจโลกอย่างสหรัฐอเมริกาหยิบยื่นตำแหน่งอักษะแห่งความชั่วร้ายทว่า

โดยแท้แล้ว ผู้คนที่นั่นล้วนเปี่ยมด้วยมิตรไมตรี การเดินทางทำให้ผมรู้ว่า ข้อมูลที่สื่อพร่ำบอกกับคุณอย่างนั้นอย่างนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป คุณต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ผมไม่ได้ยุให้พวกคุณเดินทางไปประเทศที่มีอันตรายหรือมีความเสี่ยงนะ จะไปหรือไม่ นั่นก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและการตัดสินใจของคุณเอง

นี่แหละ โทนี่ วิลเลอร์ ผู้ชายธรรมดาที่ฝากรอยเท้ามากมายไว้บนโลกใบนี้

ที่มา : manager.co.th

~ โดย sanookpradesh บน พฤษภาคม 7, 2008.

ใส่ความเห็น