“พม่าประเทศ กาลครั้งหนึ่งเมื่อวานซืน” 02 “จากนี้ไปผมจะเรียกคุณว่าอะตูตูตัวเหม่”
.
ที่ สนามบินนานาชาติเมืองย่างกุ้ง

“แท๊กซี่เข้าเมืองเท่าไหร่ครับ” ผมตะโกนโยนก้อนคำถามใส่แท๊กซี่พม่า
“6 ดอลลาร์ ครับ” ใครบางคนชิงตอบผมก่อนที่จะเคี้ยวหมากละเอียด
“ไม่เป็นไรครับ ผมลองคันอื่นแล้วกัน” แท๊กซี่ในระยะสายตาผมมีมากพอที่จะทำให้ผมผยอง
“คุณว่าเท่าไหร่ดีครับ” จังหวะการจ้วงเท้าตามตื้อผมเท่ากับจังหวะการเคี้ยวหมากไม่ขาดเกิน
“คุณทำใจได้แน่นะ”
“ว่ามาเลยพี่ชาย”
“4 ดอลลาร์ เพื่อนผมทุกคนที่เคยมาว่าอย่างนั้น” ผมอ้างเพื่อนบนโลกออนไลน์อย่างไม่ละอาย
ต่อหมาก
“ฟังดูออกจะโหดร้าย แต่ผมทำใจน้อมรับได้”
“โห เจ้ากรมสำนวนมาเองเลยงานนี้” ผมหมุบหมิบที่มุมปาก
“คุณเอาของคุณไปรอผมที่รถคันนั้นได้เลย เดี๋ยวผมเดินตามไป” เจ้ากรมสำนวนชี้นิ้วไปที่รถสี
เคยขาว ห่างไปไม่เกิน 50 เมตร
.
ผมเดินงงงงไปที่รถของเค้า รอได้ซักพัก พี่แกเดินจูงผู้หญิงพม่าที่ตอนนี้หน้ายังไม่ขาว วัยกลางคน
มาด้วยคนนึง มาถึงก็จัดแจงเอาเป้ใบเขื่องของผมยัดท้ายรถ ของคุณป้าผู้หญิงยัดรวมกันเข้าไป
ให้ผมนั่งข้างหลัง ส่วนแกนั่งข้างหน้ากับคุณป้า พร้อมทั้งคนขับอีกหนึ่งคน อ้าวทำไมมีคนขับต่าง
หากหละ ไมพี่ไม่ขับเองครับ ไม่ทันที่ผมจะทำหน้าหมาสงสัยเสร็จ รถก็พลันออกตัวซะแล้ว
.
“เดี๋ยวผมแวะส่งคุณพี่ผู้หญิงนี่แป๊บนึงนะครับ บ้านแกอยู่ทางผ่านพอดีครับ” ว่าแล้วเชียว
ทำไม 4 ดอลล์ไม่มีหืออือ
“ตามสบายเลยครับ ผมจะไปต่อรองอะไรได้หละครับ” ผมหงุบหงิบแผ่วเบา
“วันนี้คุณโชดดีนะครับ เราเปิดอาคารผู้โดยสารใหม่วันนี้”
“ผมว่าแล้ว เครื่องผมดีเลย์ชั่วโมงนึง”
“เรามีพิธีเปิดตอนเช้าที่ผ่านมานี่เองครับ ผู้หลักผู้ใหญ่มาเต็มไปหมด” แกชวนผมคุยโดยไม่เสีย
เวลาแวะเคี้ยวหมากเลยซักนิด
“ถึงว่า เมื่อกี๊ผมเดินผ่านมา อะไรอะไรก็ใหม่ไปหมด”
“คุณมาจากประเทศไหนครับ หน้าตาคุณเลวร้ายเกินไปที่ผมจะเดาว่ามาจากยุโรป”
“ขอบคุณมากครับสำหรับการต้อนรับอย่างเป็นทางการสู่ย่างกุ้ง”
“ผมล้อเล่น แต่ก็ยินดี” แกยิ้มเห็นฟันแดงเถือก
“ไทยครับ ผมคนไทย ออ..โยเดียครับ” ไม่เสียใจเลยที่ผมได้ดูพระนเรศวรก่อนมา
“ออ คนไทย ช่วงนี้คนไทยมาเที่ยวเยอะเลยครับ ผมเคยพากรุ๊ปคนไทยไปเที่ยวบ่อยบ่อยครับ”
ผมเริ่มได้กลิ่นต่อรองอะไรบางอย่าง

ไม่เกิน 15 นาที แท๊กซี่คันที่เคยมีอดีตเป็นสีขาวที่ผมโดยสารมาด้วย จอดพรวดเอาตรงหน้า
บ้านหลังเล็กในซอยที่คล้ายจะเป็นทางผ่านสู่โลกพระจันทร์ ใครบางคนจากในบ้านโผล่พรวด
ออกมาทักทายพี่เจ้าของรถ พร้อมทั้งดึงสัมภาระบางส่วนออกจากท้ายรถ
.
“เราจอดตรงนี้ไม่นานครับ เดี๋ยวเราก็จะเข้าเมืองกันแล้ว” นานเท่าไหร่ผมก็จะรอครับ ไม่ต้องห่วง
“ไม่มีปัญหาครับ” บรรทัดนี้คือคำตอบที่พูด บรรทัดข้างบนเป็นแค่คำตอบที่คิด
ไม่เกิน 5 นาทีเราออกรถมุ่งหน้าสู่เซ็นเตอร์พอยท์เมืองย่างกุ้ง
“เอาหละครับ คราวนี้ถึงตาคุณบ้างหละ ว่าแต่จะให้ผมไปส่งที่ไหนครับ”
“เอ่ออ..ที่นี่ครับ มันชื่อว่า Chan…..” ยังไม่ทันที่ผมจะพ่นออกมาหมดช่วงประโยค
“ถ้ายังไม่มีนะครับ ผมมีที่พักสุดคุ้ม สะอาด สะดวก ปลอดภัย จะแนะนำครับ” เอาแล้วไง
เริ่มคุ้นคุ้นแล้วไง
“ผมขอกรอประโยคที่แล้วให้ฟังอีกที มันชื่อว่า Chan Myae Guesthouse”
“โอว คุณมีที่พักแล้ว ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมพาแวะไปดูที่ของผมก่อนก็ได้นะ อยู่ไม่ไกลกัน
กับของคุณครับ”
“งั้นผมขอกรออีกรอบ พาผมไป Chan Myae Guesthouse แค่นั้นครับ”
“โอเคครับ ไม่มีปัญหา” ไม่มีอาการงอนจากพี่ให้เห็น หรือถ้ามี การงอนระหว่างเคี้ยวหมาก
ทำให้เราอาจมองไม่เห็น
ไม่นานพี่นักขายก็หันหลังกลับมาทำการตลาดกับผมอีกรอบ
“คุณมีแผนจะไปที่ไหนบ้างครับ”
“เออ ตอนนี้ก็วางไว้คร่าวคร่าวเท่านั้นครับ ยังไม่แน่ชัด” กำแพงแห่งความลับกำลังถูกฉาบปูน
เข้าให้เแล้ว
“ผมสามารถวางแผนให้ได้นะครับ เที่ยวรอบเมืองหรือจะไปเมืองอื่นก็ยังได้ครับ”
“ออ ครับ” ผมฉาบปูนไปเรื่อยเรื่อย
“เพื่อนเพื่อนคุณจากเมืองไทยเหมาผมพาเที่ยวอยู่บ่อยบ่อยครับ ผมมีทั้งรถ คนขับรถ รวมทั้ง
ตัวผมเองเป็นไกด์ให้ด้วยนะครับ รับรองไม่แพงครับ” หมอนี่กำลังทุบทำลายกำแพงผม
“ออ หรอครับ ดีครับดี แต่ผมมีไกด์มาด้วยกับผมแล้วครับ” ผมหันไปมองเจ้าหนังสือพูดได้ของผม
“อืมม ไม่ได้มาพร้อมกันหรือครับ” ผมกำลังโดนตรวจสอบ ผมกำลังรู้สึกเหมือนเป็นรัฐมนตรีบ้านเรา
งั้นผมควรโกหกต่อไปได้ซินะ รัฐมนตรีโกหกได้และต้องไม่รู้สึกผิด
“เค้ารออยู่ในเมืองเรียบร้อยแล้วครับ” หรือผมควรเล่าเรื่องหนังสือพูดได้ของผมให้ฟังไปเลย หมด
เรื่องหมดราว
“งั้นไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณรู้สึกต้องการความช่วยเหลือ นี่เบอร์ผมครับ” ผมชอบประโยคนี้ของเค้า
มากที่สุด มันเป็นประโยคของเพื่อนคุยกับเพื่อน ไม่ใช่พ่อค้ากับลูกค้า ผมเก็บเบอร์เค้าไว้มั่น
อย่างน้อยที่สุด 10 วันจากนี้ไป เค้าจะเป็นเพื่อนชาวพม่าคนแรกที่ผมจะนึกถึง
ไม่นานหลังจากบทสนทนาประโยคสุดท้ายสิ้นสุด เราก็มาจอดตรงหน้าโรงแรม
.
“ถึงแล้วครับ” ผมชะโงกหน้าดูป้ายโรงแรมจากในรถ
“อันนี้มุกตลกพม่าหรือป่าวครับ นี่มันโรงแรม Mayshan Guesthouse”
“อ้าว ที่นี่ไม่ใช่หรอครับ ที่คุณบอก”
“เหมือนใช่แต่ไม่ใช่ครับ ของผมชื่อ Chan Myae Guesthouse” ชื่อเกสต์เฮาส์สลับกันหน้าตาเฉย
ผมยื่นนามบัตรที่ปริ้นท์มาจากเว็บไซต์ให้เค้าดู
“ตายละหว่า ผิดจริงจริงด้วย เด่วผมพาไปครับ อยู่ไม่ไกลกัน” เค้าพิสูจน์คำว่าเพื่อนให้ผมเห็น
แบบซึ่งหน้า เราสองคนกำลังช่วยกันทุบทำลายกำแพงอย่างเมามัน
ไม่เกิน 5 นาทีเราก็มาถึงที่พักที่ผมตั้งใจ


Chan Myae Guesthouse เป็นเกสต์เฮาส์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 4-5 ของตึกแถว บนถนน MahabanDoola
Gardend (Barr) St. ห่างจากเซ็นเตอร์พอนต์ Sule Pagoda ไม่น่าเกิน 10 นาทีเดิน ห้องด้านหน้า
20 ดอลล์ยูเอส ด้านหลัง 15 ดอลล์ยูเอส ความสะอาดถือว่าน่าพอใจสำหรับผม ไม่พูดพล่ามทำเพลง
คนรวยอย่างเรา เลือกห้องด้านหลังทันที

บ่ายกว่าแล้ว ผมเดินออกมาหาอะไรกินแถวถนน Sule Pagoda Rd. มื้อแรกที่ย่างกุ้ง ผมเลือก
กินที่ร้าน Caffe Aroma ร้านที่ขายอาหารไทยยันอาหารยุโรป ดูหน้าตาไว้ใจได้ เพราะว่ายังไม่กล้า
ที่จะเอากระเพาะไปเสี่ยงกับ เมนูพื้นบ้าน ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว ยังมีอีกหลายวันให้เสี่ยง
กินเสร็จเดินหาแลกเงินแถวตลาดสก๊อต หลายคนเรียกมันว่าตลาดมืด แต่ตอนที่ผมแลกกับพี่พม่า
ที่หน้าเหมือน แขก พี่แกพาผมไปนับเงินกลางแดด ยืนนับกันกลางแดด ผมเหงื่อแตกซก ถ้าเป็นใน
กรณีอื่น ผมคงเหงื่อแตกเพราะในมือผมกำลังถือเงินหลายแสน แต่ในกรณีนี้แม่งร้อนฉิบหาย เข้าใจ
แล้วว่าที่เค้าเรียกกันว่าตลาดมืดเนี่ย ไม่ใช่หน้าพี่แขกก็หน้าผมนี่แหละ ที่กำลังจะมืด ตากแดดขนาด
นั้นไม่ใครก็ใครต้องมืดแน่แน่ ทีหลังเรียกตลาดหน้ามืดไปเลย เหมาะกว่าพี่น้องหม่องครับ
.
ผมได้ยินคำล่ำลือมานักหนาว่าให้นับเงินให้ถ้วนถี่ โดนกันมามากแล้วแลกเงินแล้วได้เงินไม่ครบเนี่ย
ไหนมาเจอไอ้สนุกหน่อย ตัวเขี้ยวระดับชิงเหรียญโอลิมปิก มาเจอกันหน่อย ผมนับไปไม่ต่ำกว่า 5 รอบ
จนมั่นใจ ปิดการเจรจาธุรกิจทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ผมกำเงินก้อนเท่ากำปั้นเอามือกุมแน่นในกระเป๋า
กางเกงมุ่งหน้ากลับห้องพัก ใครที่เดินสวนผมตอนนั้นต้องสงสัยว่าผมเป็นโรคเท้าช้างที่เอวแน่นอน
ปูดซะขนาดนั้น

กลับมาถึงห้องโยนเงินลงบนเตียง เริ่มนับมันอีกรอบ รอบแรก เอ๊ะ… รอบสอง เอ๊ะเอ๊ะ….. รอบสาม
แม่งเอ้ยยยย เงินหายหมื่นจัต หมื่นจัต หายไปยังไงวะเนี่ย โห โดนแล้วตู ภาพแรกที่ผ่านเข้ามาใน
หัวผมตอนนั้นแบบเฉียบพลัน แม่สาย แม่สาย ผมเคยไปซื้อบุหรี่ที่แม่สาย ใช่ ผมเลือกซื้อยี่ห้อดังใน
ราคาย่อมเยา จ้องมองดูตอนพี่หม่องห่อบุหรี่แบบว่องไว ไม่มีอะไรผิดพลาด หลอกเราไม่ได้แน่ ข้าม
มาฝั่งไทย แกะออกดู โอ้แม่เจ้า ยี่ห้ออะไรวะเนี่ย ให้เรียกอองซานซูจีมาอ่านยังอ่านยาก ไวอะไรได้
ขนาดนั้นครับพี่น้องหม่อง โดนเหมือนกันเลย ไปเรียนที่ไหนกันมาเนี่ย ไปเล่นมายากลดีกว่าไม๊ครับ
หรือไม่ก็ไปทำงานการเมืองเลยมะ โกงแบบว่องไวขนาดนี้ บางอาชีพเท่านั้นนะที่อยู่ได้อย่างมีหน้า
มีตาในสังคมหนะ
.
ความเบื่อหน่าย สิ้นหวัง ท้อแท้ ประเภทนี้ไม่เหมาะกับการเก็บมาจดจำในการท่องเที่ยวต่างแดนใน
วันแรกอย่างแน่แท้ ต้องตัดมันออกไปให้เร็วที่สุด คิดซะว่ามันเป็นแค่หูดที่ตาตุ่ม คิดซะว่าชาติที่แล้ว
เราขโมยตัดหมากพม่ามาพวงใหญ่ เค้าแค่มาขอคืน ผมหันไปมองเจ้าไกด์บุ๊คของผม
“ผมมาถึงพม่าแล้ว เจอเรื่องซวยเรื่องแรกแล้ว ถ้าคุณคุยกับผมไม่ได้ตอนนี้ แปลว่าผมฝันไป ผม
จะรวมเรื่องนี้เป็นความซวยลำดับสอง รวมมันซะตอนนี้เลย ผมไม่อยากซวยซ้ำซาก”
“คุณยังคงไม่ได้ฝันไปทั้งเรื่องผม และเรื่องโดนโกงเงิน เสียใจด้วยครับ”
“โอเค คุณยังพูดได้อยู่ ผมยังซวยแค่เรื่องเดียวอยู่”
“ครับ ยังแค่หนึ่ง”
“คุณรู้ได้ยังไง ว่าผมโดนโกง เห็นได้ด้วยหรอ”
“อย่าว่าแต่ผมเลย แม่บ้านทำความสะอาดฟากโน้น ถ้าเค้าฟังภาษาไทยออก ก็คงน่าจะได้ยินแจ่ม
ชัดแน่ คุยโวยวายซะขนาดนั้น”
“หรอ ผมเสียงดังมากหรอ”
“ผมนึกว่าคุณกำลังขับไล่รัฐบาล โวยวายขนาดนั้น”
“เอาหละ ตอนนี้มี 2 ข้อให้เลือกคือ หนึ่ง ผมจะนอนร้องไห้เสียดายเงินที่หายไปจนถึงวันกลับ
กับสอง ผมต้องออกไปดูเมืองย่างกุ้งซะหน่อยแล้ว แต่ผมไม่ได้ถามคุณนะ เพราะผมเพิ่งนึกขึ้น
มาได้ว่าผมมาเที่ยว ผมควรเลือกอย่างหลัง อย่างแรกผมว่ามันแพงไปหน่อยสำหรับการหา
ที่ร้องไห้ไกลขนาดนี้ คุณว่าไง”
“ตามสะดวกครับ”
“ออ ต่อจากนี้ไปผมจะเรียกคุณว่า อะตูตูตัวเหม่ นะ”
“ภาษาพม่าแปลว่าไปด้วยกัน”
“ผมเปิดดูจากท้ายเล่มคุณนั่นแหละ”
“อยู่หน้า 489 ครับ”
“เออ นั่นแหละ โชว์แม่นได้อีก แลัวเรียกผมว่าสนุกก็พอ ใช้คุณมันดูห่างห่างนะ ไหนไหนก็ต้อง
อะตูตูตัวเหม่กันอีกตั้ง 10 วัน ตามนี้นะ”
“ตามต้องการเลยครับสนุก”
ผมไปหาซื้อตั๋วเครื่องบินไปมัณฑะเลย์ และบินกลับจากอินเล ที่ตึกซากุระชั้น 3 เดินหาอยู่
หลายเจ้าจนกระทั่งได้เจ้าที่ถูกสุดชื่อ Columbus ไปมัณฑะเลย์ 69 ดอลล์ กลับจากอินเล 65 ดอลล์
โอเคจบไปอีกเรื่อง เหลือเวลาอีกครึ่งวัน เก็บย่างกุ้งซักเล็กน้อย ละกัน

ผมเริ่มต้นเดินที่เจดีย์สุเล เดินลงทางทิศใต้ไปตามถนน MahabanDoola Gardend (Barr) St.
“อะตูตูตัวเหม่”
“ครับ สนุก”
“ตึกแถวนี้สวยสวยทั้งนั้นเลยอะ เหมือนที่กัลกัตตามีเลยแฮะ”
“ถูกแล้วครับ เพราะว่าตึกแถวนี้มันถูกสร้างในช่วงอาณานิคมครับ เราเรียกว่าศิลปะ วิกตอเรียน ครับ”
“งืมม เคยได้ยิน แต่ถ้าเห็นบ่อยต้อง วิกตอเรียน ซีเคร๊ต”
“ผมไม่สันทัด ศิลปะแขนงนั้นครับ”
“โอเคเข้าใจ ว่าแต่ว่า มันเป็นตึกอะไรกันบ้างหละเนี่ย”

“เป็นทั้งศาลาว่าการนครย่างกุ้ง ด้านตะวันออกคือศาลอุทธรณ์และฎีกา อายุเป็น 100 ปีครับ”

“ถึงว่า เก่าได้ใจ”
“เอ๊ะ แล้วไอ้ที่ตรงข้ามศาล นี่มันอะไรนะ”
“สวนสาธารณะมหาบัญฑุละครับ ด้านในมีอนุสาวรีย์เอกราช ที่ฐานจะมีรายชื่อผู้กอบกู้
เอกราชคืนจากอังกฤษจารึกอยู่ครับ”
“งืมมม ข้อมูลแน่มสมคำกล่าวอ้าง”
“นี่คือสาระของชีวิตผมโดยสัมบูรณ์ครับ”
“แล้วทีนี้เราจะไปที่ไหนต่อกันดีหละ”
“ไม่ใช่หน้าที่ผมที่จะนำทาง ผมทำได้แค่การบอกผ่านข้อมูลที่ผมรู้”
“เอาตัวรอดทีเดียวนะ แต่ไม่เป็นไรหละ ผมรู้ว่าผมกำลังจะไปไหน คุณคงรู้จัก
เจดีย์โบตะทาวน์”
“ครับ คุณกำลังจะไปที่นั่น”
ผมเดินมุ่งหน้าไปเรื่อยเรื่อย จนเจอถนนสเตรนด์แล้วเลี้ยวซ้าย

“อะตูตูตัวเหม่”
“ครับ สนุก”
“ผมกำลังเดินผ่านโรงแรมสเตรนด์”
“โรงแรมห้าดาว สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอังกฤษปกครองพม่า” อะตูตูตัวเหม่ไม่รอให้
ผมถามอะไร
“ผมไม่เคยนอนห้าดาว เคยแต่กินนะห้าดาว ไก่ย่างอร่อยมาก” มุกควายของผม
ทำงานแบบด้านด้าน
“ผมควรต้องขำกับเรื่องนั้นใช่ไม๊ครับ”
“เบื่อหวะ ไม่สุนทรีเอาซะเลย” ผมตัดพ้อกับหนังสือที่ไม่มีพี่หม่องคนไหนรู้ว่า
มันพูดได้
“ให้เดาว่าคุณเพิ่งพูดคำที่ไม่สุภาพ”
“เอา เอาเข้า รู้ดีได้อีก โอเคครับพี่ ผมขอถอนคำพูดนะคร้าบบ เข้าเรื่องมีสาระ
อย่างท่านชอบบ้างก็ได้ ยังไงอีกโรงแรมสเตรนด์เนี่ย”
“ครับ มันถูกสร้างจากไม้สักที่ส่งตรงมาจากเมืองมัณฑเลย์ เป็นที่ชุมนุมของชนชั้นสูง
มีบริกรเป็นคนอินเดีย”
“ไฮโซ ว่างั้น”
“มีห้องพัก 32 ห้อง อัตราค่าห้องอยู่แถว 300 ยูเอสดอลล์ลาร์ต่อคืน ส่วนใหญ่
จะถูกจองจนเต็มตลอด”
“เสียดายจัง ผมอยากจะนอนซัก 2 คืน”
“หืมม ได้ข่าวว่า 10 กว่าเหรียญ ต่อแล้วต่ออีก”
“รู้ไปหมด มันรู้ไปหมด”
ผมมุ่งหน้าบนถนนสเตรนด์ไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมง ผมก็มาถึงทางเข้าเจดีย์โบตะทาวน์

“อะตูตูตัวเหม่”
“ครับ สนุก”
“ทำเลเจดีย์นี้ ดีเป็นบ้าเลย วิวดี ติดแม่น้ำเลย”
“เจดีย์โบตะทาวน์ ถ้าคุณรู้ว่ามันแปลว่าอะไร คุณจะเข้าใจ”
“ถ้าผมบอกว่าผมไม่อยากรู้ อาจจะทำร้ายเจตนากันเกินไป ว่ามาโลด”
“ลีลาเยอะทีเดียว ลีลาปานกระเบื้อง”
“หืมม ทันสมัย”
“เจดีย์โบตะทาวน์แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย”
“มันเกี่ยวกับตั้งติดแม่น้ำยังไงเนี่ย”
“ใจเย็นซักนิดครับ คืองี้ เมื่อ 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะทรงบัญชาให้นายทหาร
ชั้นแม่ทัพ ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมา
ทางเรือและมาขึ้นฝั่งตรงจุดนี้”
“เข้าเป้า ตรงประเด็น”

“พระเจ้าโอกะลาปะจึงสร้างเจดีย์นี้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้นมา
บรรจุไว้ ซึ่งที่นี่ เป็นเจดีย์องค์เดียว ที่ให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้
อย่างใกล้ชิด และเปิดให้เห็นพระธาตุอย่างชัดเจน”
“น่าสนใจมาก”

“อีกอย่างที่ไม่น่าพลาด ตรงด้านซ้ายของเจดีย์ ยังมีรูปปั้นนัตโบโบยีหรือเทพทันใจ
และ ตะจังมึงหรือท้าวสักกะ ประมุขแห่งนัต ไฮไลท์คือ ที่นี่ ชาวพม่านิยมมากราบ
ไหว้กันมาก ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ”

“น่าเสียดาย ที่ชาวพม่าคงลืมขอประชาธิปไตยให้กับประเทศบ้าง”
“คนละเรื่องกันน่า ผมว่า”
“บ้านเราน่ามีบ้างนะ เทพทำใจ เอาไปไว้แถวทำเนียบรัฐบาล เลือกตั้งที พวกเราจะ
ได้มีที่กราบไหว้กัน”
“ไม่มีข้อมูล ขอผ่าน”
“เอาตัวรอด ไม่ห่วงเพื่อนห่วงฝูง”

หลังจากเดิน นั่ง นอน ในเจดีย์โบตะทาวน์ซักพักใหญ่ ผมเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่พระ
พุทธไสยาสน์เชาว์ทัตจี ฝนเริ่มลงเม็ดเปาะแปะ
“พระนอนไซด์ xxl แม่เจ้า ใหญ่ยักษ์ได้ใจสนุก” ผมอุทานพรางสะกิดอะตูตูตัวเหม่
“สูง 58 ฟุต ยาว 216 ฟุต” ข้อมูลล้วนล้วน ไร้หางเสียง

“ร่มรื่น สงบ น่าเลื่อมใส ดูเกรงขาม หมา และ แมลงวัน” ผมให้คำจำกัดความของที่นี่
“พระพุทธไสยาสน์เชาว์ทัตจีเพิ่งสร้างในราว 40 ปีนี้เอง ด้วยเงินบริจาค 500,000 จัต”

“ไม่เก่าซะทีเดียว”
ฝนด้านนอกยังตกแบบต่อเนื่อง สร้างความขลังให้กับที่นี่อีกหนึ่งเลเวล ผมอยู่ที่นี่จน
ฝนซาจึงได้เดินทางกลับห้องพัก
.
.
.
.
“อะตูตูตัวเหม่”
“ครับ”
“ผมขอถามคุณอีกอย่าง”
“ถ้าไม่นอกเหนือขอบเขตครับ”
“สวัสดี ที่พม่านี่ว่ายังไง”
“มิงกาลาบา”
“ขอบคุณนะ”

“มิงกาลาบานะ พม่าประเทศ” ตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้ว ผมกล่าวอำลาค่ำคืนแรกในพม่าเสียงแผ่วเบา…..
.
.
.
.
งานเขียนชิ้นนี้ เขียนขึ้นมาเพื่อคารวะหนังสือชั้นครูของ ธีรภาพ โลหิตกุล
ชื่อ “ท่องแดนเจดีย์ไพรในพุกามประเทศ” ทางด้านข้อมูลจริงทั้งหมดมาจากเนื้อหาภายในหนังสือ
จึงขอขอบคุณและกล่าวถึงมา ณ ที่นี้
.

สนุกประเทศเราย้ายบ้านแล้ว
บ้านนั้นถูกบุกรุกจากคนที่เราไม่ประสงค์พบกันอีกทั้งในโลกความจริงและโลกเสมือน
และ…รีบมาต่อเร็วเร้วววววววว อิจฉาไปมีความสุขไปนะนี่
แหน่ะ…ไม่จบอีกละ
ไม่เป็นไร…รักแล้วรอหน่อย…ภาษาพม่าเรียกอะไรเหรอสนุก
ไว้พรุ่งนี้เสร็จงานแล้วเราจะ “อะตูตูตัวเหม่” กับสนุกต่อละกัน
พรุ่งนี้ของสนุกเดินทางมาถึงช้าจังนิ
^
^
ซวยหละ โดนจับได้
เอ้ยย!!!..นั้นมันพม่า หรือ อินเดีย กันหือ
หอนาฬิกา นั่นสวยดี