“พม่าประเทศ กาลครั้งหนึ่งเมื่อวานซืน” 01 “ก่อนตอนวานซืน”

“ฮัลโหล”
“ฮัลโหล ครับ”
“นั่นใครกำลังพูดกับผมอยู่ครับ”
“แล้วนั่นใครโทรมาหาผมหละครับ”
“โทษนะครับ ผมเป็นฝ่ายถามคุณก่อน ตามมารยาททางการเมืองเรื่องการสื่อสารแล้ว
คุณควรตอบคำถามผมก่อน ก่อนที่จะทะลึ่งมาถามผมกลับ”
“นี่มึงว่างนักใช่มะ กวนตีนได้ตลอดเวลา”
“เออน่า เอาใจกูหน่อย ไอ้คุณสนุก โปรโทรฯกูอย่างคุ้มอะ โทรฟรีได้อย่างบ้าคลั่ง”
“หรอ อย่างคุ้มหรอ มึงจ่ายเดือนเท่าไหร่”
“พันนึง โทรฟรีชั่วโคตร”
“นี่มึงโง่ หรือกูงงเนี่ย แล้วไอ้พันนึงนี่มันค่าห่ะไรวะ ถุย โทรฟรี”
“มึงนี่แม่งเอาแต่เที่ยว ไม่รู้เรื่องไรเลย เค้าเรียกว่าค่าบริการรายเดือนโว้ยย ค่ารักษาเครื่อง แต่ค่าโทรฟรีโว้ยย”
“เออ ถ้ามันทำให้มึงสบายใจก็เอา ฟรี โทรฟรี สบายฉิบหาย แม่งโคตรใจดีเลย พวก บ.มือถือแม่งทำธุรกิจกันยังไงวะ ดันปล่อยให้ลูกค้าโทรฟรี”
“พอพอ เลิกแดกกันได้แล้ว แดกจนกูจะหลือแต่กระดูกละ ว่าแต่ว่ามึงอยู่ไหนอะ”
“บ้าน เพิ่งเข้ามาเนี่ย”
“ไปไหนมาวะ”
“งานหนังสือ”
“ได้หนังสือโป๊มาให้กูกี่เล่มวะ”
“แม่ง คิดแต่เรื่องนี้นะมึง….2 เล่ม”
“เออ เยี่ยมเลย”
“ไอ้บ้า เค้าห้ามขายโว้ยย”
“อ้าวหรอ แต่ไม่เป็นไรหรอก คงไม่มีใครเดือดร้อน เดินออกมาแผงแถวนั้นก็มีขายเยอะแยะ
แผงหน้าบ้านกูทั้งแผงแม่งมีแต่นม วางข้างข้างหนังสือเพื่อสุขภาพทั้งหลาย เข้ากันดีเนอะ
นมกับสุขภาพ”
“พอเหอะ แม่งเข้าเรื่องอยู่เรื่อย มึงโทรมาหาผมทำไมเนี่ย”
“ไม่มีไร จะโทรมาชวนเข้าสังคมคนยอดข้าวซะหน่อย สนมะ”
“ไม่หวะ กูต้องเตรียมหาข้อมูลไปพม่า กูบอกมึงแล้วไม่ใช่หรอ”
“เออใช่หวะ ใกล้แล้วนี่หว่า ไปงานหนังสือนี่ไปเก็บข้อมูลหรอ”
“คล้ายอย่างนั้น กูมี Lonely Planet อยู่เล่มนึงแล้วไง แต่กูลองนึกดูแล้ว
ไกด์บุ๊คฝรั่งแม่งจะรู้ลึกเท่ากับไกด์บุ๊คแบบเราเราหรือวะ หมายถึงพวกประวัติศาสตร์อะนะ”
“เออก็จริง แม่งไปเที่ยวประเทศข้างข้าง เสือกอ่านหนังสือไอ้ฝรั่งดาว์นอันเดอร์”
“มันก็มีประโยชน์แหละน่า แต่ไม่ใช่ทั้งหมด”
“แล้วได้อะไรมาเพิ่มรึป่าวหละ”
“กูไปเจอมาเล่มนึง ท่องแดนเจดีย์ไพรในพุกามประเทศ”
“เด็ดหรอ”
“มึงรู้จัก ธีรภาพป่าว”
“ทีละภาพ รู้จัก ตอนกูเรียนล้างฟิลม์ กูล้างทีละภาพ”
“เวรกรรม ธีรภาพ โลหิตกุล”
“เคยผ่านหู แต่ยังไม่เคยผ่านตา”
“เออ เจ๋ง หนาปึ๊ก”
“เออ ดีดี เก็บมาเยอะเยอะหละ ข้อมูลอะ กูจะได้ตามรอยโดยใช้ข้อมูลมึงทั้งหมด สบายกู”
“เพื่อนผมยังคงมักง่ายคงทน”
“ขอบคุณที่ให้คำชมอันชื่นหู”
“เอาไรป่าว ของฝาก”
“หนังสือโป๊พม่า”
“กรรม”
“กูล้อเล่น กลับมาโทรมาหากูละกัน เดินทางโชคดีโว้ยย เอ้ยยไม่ซิขอให้เดินทางโดยสนุกประเทศนะโว้ย”

“เฮ้ คุณ”
“………”
“เฮ้ คุณนั่นแหละ”
“……..ใครวะ”
“ผมอยู่ทางนี้ครับ บนโต๊ะนี่ครับ”
“ฉิบ…หละ เสียงใครวะ ใครอะ แอบอยู่ตรงไหน ออกมาเลย จะเอาอะไรก็ว่ามา”
“ผมไม่ได้แอบ ผมบอกว่าผมอยู่บนโต๊ะ คุณเป็นคนวางผมไว้บนโต๊ะเอง จำไม่ได้หรอครับ”
“ขำตายละนะ วันนี้ผมได้ขำมาพอสมควรแล้ว ผมไม่อยากขำเพิ่มอีกแล้วหละ ยังไงก็ขอบคุณนะ
ออกมาดีดีเหอะ จะเอาอะไรก็ว่ามา ไม่ได้โดนปล้นมานานละ ออกมาเหอะ”
“เริ่มน่าเบื่อหน่ายได้ที่แล้วครับ ผมน่าจะขำคุณมากกว่านะ ถ้าผมเป็นคนจริงจริง
ผมจะแอบคุณได้ที่ไหนดี ห้องคุณดูไปไม่น่าจะใหญ่เกิน 30 ตารางเมตร
ที่ที่คุณจะซุกหัวนอนเองยังไม่น่าจะพอเลยนะ ผมว่า”
“อ้าว วอนซะแล้วไม๊หละ ถึงผมจะไม่หล่อ แต่ผมก็จนพอสมควรนะครับ”
“โอ้โห นั่นเรียกว่าการคุยโว ใช่ไม๊นั่น”
“เอาเหอะ ผมเบื่อคุยกับอากาศเต็มทีละ แล้วเราก็คุยกันมานานจนผมเลิกกลัวคุณไปแล้วด้วย โจรก็ไม่ใช่
เหลือไม่กี่อย่างแล้วหละ ถ้าเป็นในหนังผมอาจจะวิ่งลงโอ่งไปแล้ว แต่ก็อย่างว่า
ห้องผมมันแคบเกินจะซื้อโอ่งมาวาง บอกผมมาเลยว่าผมตายแล้ว คุณก็แค่มวลพูดได้
คุณกำลังมารับตัวผมไป แต่บอกไว้ก่อน ผมไม่อยากไปนรกแองเจอริส เข้าใจกันตามนี้นะ”
“เพ้อเจ้อไปเรื่อย”
“ยังไงนะ”
“เอาอย่างนี้นะ คุณตั้งสติดีดี ตั้งใจฟังผม อ่อ..แต่อย่างแรกเลย คุณเดินเข้ามาใกล้ใกล้ผมซิ ตรงโต๊ะเนี่ย”
“โอวพระเจ้า นี่มันเรื่องอะไรวะ”
“โอเค ใกล้กันอย่างนี้ จะได้เห็นกันชัดชัดนะ”
“โอว บอกตามตรง จากจุดที่ผมนั่งตรงนี้ ผมเห็นทุกอย่างในห้องชัดแจ้งแดงแจ๋ ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือ
ที่มาของเสียงที่ผมกำลังคุยด้วยนี่แหละ กำลังทำให้ผมจะเป็นบ้า”
“เอาหละ คุณมองลงมาบนโต๊ะข้างหน้าคุณนะ วันนี้คุณซื้อหนังสืออะไรมาบ้าง”
“เล่มเดียวไม่ขาดเกิน พุกามประเทศ ผมได้มาจากงานหนังสือ”
“สวัสดี นั่นแหละผมเอง”
“เอาหละ สนุกกันมามากพอหละ ผมคงต้องตื่นซะทีแล้วนะ ผมฝันมายาวมากพอละ”
“คุณไม่ได้ฝัน บอกแล้วไง ให้ตั้งสติให้ดี”
“ไม่มีแล้วหละสติ เปลี่ยนเป็นสตึแทนได้มะ”
“อาจจะฟังเหลือเชื่อ แต่คุณก็ต้องเชื่อ ไม่มีทางขัดขืนให้เป็นอื่นได้ ผมเป็นหนังสือพูดได้”
“ตาย ตาย ตาย อะไรกันวะเนี่ย เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น หนังสือพูดได้”
“อย่าเพิ่งรีบตาย และก็พบเห็นซะ ผมนี่แหละ หนังสือพูดได้”
“งั้นรอแป๊บนะ ผมจะโทรไปที่อัมรินทร์ เดี๋ยวนี้แหละ ถ้าผมตกใจตายไปจะทำยังไงเนี่ย”
“ไม่มีผลหรอกครับ ผมพูดได้กับคนที่เป็นเจ้าของผมเท่านั้น คนที่ควักตังซื้อผมมา”
“แล้วถ้าตอนนี้คุณยังอยู่ในงานหนังสือหละ พวกคุณคงคุยกันเองซินะ”
“ผิดถนัดครับ ผมจะไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ จนกว่าผมจะมีเจ้าของครับ”
“ซึ่งนั่นก็คือผม กับใครอีกหลายหลายคนในวันนี้ที่งานหนังสือ”
“ผิดถนัดตามเคยครับ คืออย่างนี้ครับ ในการพิมพ์หนังสือทุกทุก 1 ล้านเล่ม
จะมีอยู่เล่มนึงที่เป็นหนังสือพูดได้ครับ”
“ซึ่งหนึ่งในล้านก็คือคุณ ซึ่งโดนเป็นเจ้าของโดยผม”
“คราวนี้ได้เวลาถูกต้องซะทีครับ”
“แต่ผมไม่เคยเจอใคร ที่เคยได้เป็นเจ้าของหนังสือพูดได้ซักคนเลยนะ”
“พรุ่งนี้คุณจะบอกใครไม๊ ว่าคุณคุยกับหนังสือได้”
“เค้าจะได้หาว่าผมบ้าหละซี”
“คุณตอบคำถามของคุณเองเรียบร้อยแล้ว”
“ขอบใจนะ ทำตรูดูโง่ได้อีก”
“มิบังอาจครับนายท่าน”
“โห เป็นนายคนขึ้นมาทีเดียวเลยเรา”
“ครับท่าน”
“แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไรวะเนี่ย หนังสือเค้ามีไว้อ่านไม่ใช่หรอ จะเอาไว้คุยไปทำไมเนี่ย เปลี่ยนเป็น
MSN แทนได้ไม๊เนี่ย”
“ถูกแล้วครับ หนังสือต้องไว้สำหรับอ่านครับ ผมไม่มีหน้าที่ชวนคุณคุยก่อนครับ นอกเสียจากว่า
คุณจะเริ่มคุยกับผมก่อนเท่านั้นเอง”
“คุณหนังสือรู้เรื่องอะไรบ้างหละ คลิปหลุดที่ฮ่องกงนี่ผมชวนคุยด้วยได้มะ”
“เรื่องนั้นผมมิทราบครับ ผมทราบแค่สาระของผมครับ”
“เรื่องพม่า อะหรอ”
“นั่นคือแก่นสาระของชีวิตผมเลยครับ”
“จริงอะ ไหนตอบผมมาหน่อยซิว่า หน้า 270 ชีวิตคุณว่าด้วยเรื่องอะไร”
“ซุ้มรังไก่ไล่แร้ง เป็นสิ่งที่น่าสนใจในพระราชวังมัณฑะเลย์ ส่วนจะมีไว้ทำอะไรนั้น เด่วก่อน
คุณเคยไปเที่ยวพม่าแล้วหรือยัง”
“กำลังจะไปเนี่ยแหละ ถึงได้คุณมาคุยด้วยนี่ไงเล่า”
“ดีเลย ถ้างั้นตอนคุณไปถึงพระราชวังมัณฑะเลย์เมื่อไหร่ ผมจะเล่าเรื่องซุ้มรังไก่ไล่แร้งให้ฟังละกัน
แต่ต้องในกรณีที่คุณต้องการคุยกับผมก่อนนะ”
“รู้แล้วหละน่า เคร่งจัง”
“ครับ”
“หยั่งงี้ คุณก็ต้องคุ้นเคยกับคุณ ธีรภาพ พอสมควรซินะ”
“ไม่เลยครับ ผมเป็นผลผลิตเรื่องราวของคุณธีรภาพ เป็นลูกหลานก็น่าจะเรียกได้
เป็นนามธรรมที่เป็นลายลักษณ์อักษร อย่าลืมซิว่าผมพูดได้กับคนที่ควักตังซื้อผมเท่านั้นนะ”
“โอเค รู้แล้วหละน่า ว่าแต่ว่าผมไม่ได้ห่อปกให้คุณนะ คือเป็นโรคส่วนตัวของผมเอง
ผมชอบเห็นหนังสือมันเก่าคามือ เป็นตัวแทนประสบการณ์ร่วม อีกอย่าง ปกพลาสติกมันจับยาก
มันลื่นอะ”
“มิถือสา มิอาจก้าวล่วงการตัดสินใจของท่านครับ ดีซะอีก ห่อปกผมว่าผมต้องร้อนแน่เลย
อย่างนี้ก็ดีครับ”
“ผมจะเอาคุณไปพม่าด้วย ผมต้องพึ่งข้อมูลของคุณอยู่มากโข ไม่ต้องกลัวเหงานะ ผมพาคุณไปกับฝรั่ง
มิสเตอร์ โลนลี่แพลเน็ต ที่นอนข้างข้างคุณนั่นแหละ”
“ผมพูดอังกิดไม่ได้”
“เออ ว่าแต่ว่า เจ้ามิสเตอร์ โลนลี่แพลเน็ตนี่ มันพูดได้รึป่ววะ”
“ได้ข่าวว่าโลภนะครับท่าน เล่มเดียวยังไม่พออีกหรอครับ”
“อิอิ เผื่อฟลุกหนะ……….ว่าแต่จะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดี”
“อยู่ในพินิจของท่านครับ”
“งืมมม นึกไม่ออก นึกออกแล้วผมจะบอกนะ”
“แล้วท่านหละครับ ให้ผมเรียกว่าอะไรดี”
“ผม สนุกประเทศ หรือเรียก หมา แมว อะไรก็ได้ ผมไม่ถือ แล้วก็ไม่ต้องมาเรียกผมว่าท่านอีกแล้ว
ฟังแล้วมั้นจี๋อะ”
“ได้ครับ หมา”
“หืมม ใช้เลย”
“ล้อเล่นนะครับ”
“ผมจะนอนละ หวังว่าผมตื่นขึ้นมา เรื่องทั้งหมดนี้ จะเป็นแค่เรื่องฝันนะ”
“ผมแค่อยากจะบอกคุณสนุกว่า เตรียมตัวผิดหวังตั้งแต่ก่อนนอนได้เลยครับ”
“เอาหละ พรุ่งนี้เช้าได้รู้กัน ไหนหน้าที่ 80 ว่ายังไงนะ”
“เป็นความงามของซุ้มเคล็ก ซี่งหมายถึงซุ้ม……………………….”.

สนุกประเทศจะไปแอ่วพม่าเหรอ
เพลงฝนขอของฝากเป็นซีดีเพลงพม่าได้มั้ย คิ้กๆๆ
มีอีกเล่มของกาญจนา หงษ์ทองเขียน จำชื่อไม่ได้ละ ออกกับแพรว เล่มนี้ก็เขียนสนุกดี
อยากคุยกับพระเอกในการ์ตูนเรื่องนึงบ้าง
แต่คิดว่ามันไม่น่าจะได้พิมพ์ถึงล้านเล่มนะ
ถ้าอยากคุยกับคนที่ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอาจจะมีความเป็นไปได้มากหน่อย
เค้าบอกว่ามียอดขายอันดับหนึ่งของประเทศเลยนะเอ้อ
โย่วๆ เดินทางสู่โลกกว้างพร้อมหนังสือใหม่คู่ใจคราวนี้
พี่ก็ต้องติดรูปสวยๆกลับมาอวดกันด้วยนะครับ
แล้วจะแวะมาดู ในตู้ 17″ของผม