HongKong & Macau 07..หายใจเข้าคราวนั้น..เก็บมาเล่าที่คราวนี้

“นี่เธอ เธอว่าไอ้คุณสนุกเนี่ย มันจะจบกระทู้ฮ่องกง-มาเก๊าเมื่อไหร่กันยะ”

“ไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่าเมื่อไหร่ไอ้เจ้าของร้านเราเนี่ย เมื่อไหร่มันจะมาเปิดร้านเจ้าค่ะ ขี้เกียจมานั่งให้นักท่องเที่ยวมันมาเอาแต่ถ่ายรูปเราแล้วนะค่ะ”

“หรือว่าเราจะมาร้านเช้าเกินไปค่ะเนี่ย”

“ช่างเหอะค่ะ เม้าท์กันต่อดีก่านะค่ะ เธอว่าอะไรอะไรสนุกนะ”

เรื่องเล่าเช้านั้น : อัตราการใช้ไม้เท้าของผู้สูงอายุในมาเก๊าในปัจจุบัน อยู่ในอัตราสูงขึ้นจนน่าตกใจ

บางแหล่งข่าวแจ้งว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอาการวิงเวียนศรีษะจากการเดินก้มหน้าของผู้สูงอายุ

ถ้าเป็นพื้นธรรมดาคงไม่เป็นอะไร แต่สำหรับพื้นลายพร้อยทั้งเมืองของมาเก๊านั้น ส่งผลต่ออาการวิงเวียนอย่างไม่ต้องสงสัย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนเสนอทางแก้โดยการ

1.ให้ผู้สูงอายุอยู่กับบ้าน

2.ถ้าจำเป็นต้องออกนอกเคหะสถาน ให้เดินเงยหน้าตลอดเวลา

3.ส่งมาต๊ามาจับผู้เขียนบทความนี้ด่วน รางวัลนำจับเป็น คูปองเล่นคาสิโนตลอดชีวิต จนกว่าจะคิดกลับตัวทำมาหากินตามปกติ

โบสถ์ St. Dominic

บุคลิกไม่ดุกดิก

อยากกินก๋วยเตี๋ยวคลุกคลิก

(ลงมันอย่างนี้แหละ)

วัยรุ่นไปขวา

วัยชราไปซ้าย

ทุกคนมุ่งหมาย

ไม่นานเดี๋ยวก็ถึง

รีบเร่ง รีบร้อน รีบเรียน รีบรู้

อันนี้น่าสนใจเราว่า ไหนมาดูกันซิเป็นอะไรได้บ้างนะ

1. ผู้ชายมอบดอกไม้ให้ผู้หญิง ด้วยความรักยิ่ง ทั้งสองกำลังตกหลุมรักกัน

2. ผู้หญิงชนชั้นสูง (ดูจากเสื้อผ้า) แอบมอบดอกไม้ผู้ชายชนชั้นล่าง ดอกไม้นี้เธอปลูกดูแลด้วยตัวเอง ทั้งสองแอบรักกัน

3. ชายผู้เดินทางมาจากอีกโลกนึง (ดูจากเส้นกั้นวงกลมที่ที่ทั้งสองยืนกันคนละฝั่ง) มอบดอกไม้แห่งความรักจากโลกของเค้าให้หญิงสาวจากโลกมนุษย์ ทั้งสองรักกันไม่ได้

4. ทั้งสองเป็นคู่ชีวิตกัน แค่เดินลุยลงไปเก็บดอกบัวในบึงหนอง (ไม่ได้ใส่รองเท้า) กำลังจะเอาดอกบัวไปไหว้พระ

5. ดูจากหน้าหญิงสาวแล้ว เธอมองไม่เห็นชายหนุ่มจากอีกโลกนึง เธอแค่กำลังจะเอาดอกไม้ไปปักแจกัน เจ้านกด้านบนกำลังตีปีกส่งสัญญาณให้เธอได้รู้สุดกำลัง ถ้าเธอแหงนมองซักนิด เธออาจได้พบรักแท้จากอีกฟากโลกนึง

6. ทั้งคู่กำลังเข้าฉาก โรมิโอกับจูเลียตแห่งโปรตุเกส นกเจ้ากรรมดันบินมารบกวน ผู้กำกับกำลังสั่งคัท

7. ราชินีแห่งแคว้นโปรตุเกส กำลังยื่นไม้ตีกลองให้กับชายผู้สมัครเข้ามาตีกลอง ในพระราชพิธีแข่งขันค้นหาเจ้าชายองค์ต่อไปจากทั่วประเทศ ชายใดที่ตีกลองดังที่สุด เรียกว่าดังไกลถึง 7 แคว้น 10 แคว้น จะได้ราชินีไปครอบครอง

8. ทั้งสองไปเที่ยวคาราโอเกะ สลับกันร้องคนละเพลง ผู้หญิงเพิ่งร้องจบและรู้สึกว่าตัวเองร้องเพลงนี้ไม่ค่อยดี (หน้าเศร้า) เลยยื่นไมค์ให้ผู้ชายร้องบ้าง

เพื่อนเพื่อนมองเป็นอะไรกันบ้างครับ

สมดั่งความตั้งใจ เช้าตรู่ที่นี่ ไม่มีคน เลยปลดความอดทน ได้โดดแบบไม่ลุกลี้ลุกลน ซะที

เหมือนเคย แรงหมด น้ำในร่างกายระเหิดออก หาน้ำเติมใส่กลับคืนสู่ร่างกาย

มาเจอร้านชาร้านนี้ อาม่านั่งอยู่คนเดียว

พยายามถามหากาแฟ ทำท่ายังไงแกก็ไม่เข้าใจ

แกพยายามส่งสายตามาบอกว่า จะปล้นก็ปล้นเลยไม่ต้องทำฟอร์ม เหงื่อแตกขนาดนี้ไปทำไรมาพ่อหนุ่ม

สุดท้ายต้องยอมแก เอาที่มีในกาแหละ 1 ถ้วย เอามาเลย อย่าให้รู้ว่าเป็นกาแฟนะ จะปล้นทั้งหม้อเลยทีนี้

เช้าวันนั้นผมได้ดื่มชาที่รสชาติดีที่สุดถ้วยนึงในช่วงชีวิตครึ่งแรกของผมเลยครับ

ถนนแห่งความสุข ความสุขที่ไม่มีวันจอด

กลับมาเก็บของเช็คเอาท์ เจอกองถ่ายอะไรซักอย่างแถวหน้าโรงแรม

พิธีกรหนุ่มสาว คล้ายว่ากำลังนำเที่ยวถนนสายนี้ อารายอย่างนั้นนะ

จับบัสสาย 2 ไปวัดอาม่า บรรยากาศคึกคัก สัญลักษณ์ความศรัทธาลอยขาวกรุ่น เหนือทั่วผืนฟ้าของวัดอาม่า

โตขึ้นหนูจะได้เป็นอาม่า

แต่ถ้าหนูอยากโตเร็วขอให้เลิกกินมาม่า

ถ้าเป็นเด็กดีจะมีคนพาไปดูหนังที่ราม่า

หนูคงสงสัยซินะว่าลุงสนุกท่าจะบ้า

สีแดง วงกลม คันร่ม ก้มหน้า

จุดบนสุดจากวัดอาม่า งั้นเรียกว่า “อาม่าพานอราม่า” เลยละกัน

เกือบเที่ยงจับบัสสาย 11 ไปหาอะไรกินแถว Food St. บนเกาะไทปา

หลงไปลงแถวแปลงเพาะตึกอยู่พักใหญ่ รับตึกสดสดกันซักกิโลมะ

ไม่นานก็ถึงถนนสายอาหาร มีแต่นักท่องเที่ยว แต่ไม่คึกเท่าไหร่แฮะ

นั่นหมูแผ่น แผ่นสี่เหลี่ยม จับวางเรียง แผ่นซ้อนแผ่น

หิวแล้วหละ ทุกร้านสองฝากฝั่งซอยถูกจับจองที่นั่งไปด้วยอาซิ้ม อาเฮีย อาม่า

ลองเดินตัดทะลุซอยเข้าไปด้านหลัง ไปเจอร้านชาวบ้าน เลยได้ยลเมนูนี้

อร่อยซุปเปอร์แมนทีเดียว

เดินสุดซอยแล้วเลี้ยวซ้าย ไม่ไกลกัน ทุกท่านจะได้หลุดเข้าไปในอีกประเทศนึง แบบไม่ทันตั้งตัว

“The Taipa Houses – Museum”

ถึงแล้วครับ นีโอคลาสสิคประเทศ

ด้วยความที่มันคลาสสิคมาก ไอ้เราจะทำอะไรก็ต้องคลาสสิคตามไปด้วย

ไม่รู้ท่านี้คลาสสิคพอแล้วรึยังนะ ไทยคลาสสิค พับเพียบเลยละกัน

ข้างในเป็นพิพิธภัณฑ์ ไล่ตั้งแต่การมาตั้งรกราก การกินอยู่ การแต่งกาย การจัดบ้าน
เข้าฟรีครับ

อาการเจ้าสาวเหมือนโดนฉุดมา

ท่าทางจะอยากแต่งด้วย ถูลู่ถูกังทีเดียว

ลากได้คงลากไปแล้ว

คลาสสิคกันพอได้อารมณ์ ออกมาขึ้นบัสสาย AP1 แถวหน้าสนามม้า เพราะถ้าขึ้นแถว Food St. มันจะต้องต่อ 2 ต่อ

ลงตรงองค์รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม

ใครใครก็บอกว่ารูปปั้นนี้ หน้าเจ้าแม่กวนอิมออกไปทางยุโรป

เพื่อนเพื่อนว่าไง

ชิลพักใหญ่ ก็จับรถสาย 23 ไป Macau Tower

สูงเอียงคอ ไม่อยากเอียงคอต้องนอนดู

สูงเสียดฟ้า ไม่อยากเสียดท้องต้องระวัง

สูงจัง อาจเป็นตึกที่ญี่ปุ่น

โดดท้าสูง

ชื่อท่า “รักนะ มาเก๊า”

นั่งสาย 18 กลับมาเซนาโด้ เพื่อซื้อของฝาก

ผู้คนยังมีอาการวิงเวียนกันในวงกว้าง

บ้างต้องนั่งพักเป็นระยะ บ้างต้องเลี่ยงสายตาทำเป็นไม่มองพื้น

เพื่อบรรเทาอาการ

กินเคอรี่แมงกานีส ก่อนกลับ

สีเหลืองสวย คิดถึงพ่อ


ค่ำนี้ที่มาเก๊า

ค่ำเหงามาตีซี๊

ค่ำนี้ที่มาเก๊า

ค่ำเก่าเก่ากำลังรอเช้าใหม่ใหม่

หางแดงยังคงดีเลย์

หางแดงยังคงเซมเวย์

ยังไงก็ต้องรอเอนี่เวย์

ทำไงได้ก็คนมันไม่อยากมอร์เปย์

สนามบินมาเก๊า มีเน๊ตให้เล่นฟรีนะครับ

ยื้อแย่งนิดนึง แต่มันก็ยังโอเคย์ (สระเอยังตามลงมาหลอกหลอน)

ถึงบ้านแล้ว สูดหายใจเอาอากาศบ้านเราเข้าเต็มปอด

หายใจเข้าคราวนี้ ชื่นใจกว่าในทุกทุกที่……..เสมอ

หมายเหตุ : เพื่อนเพื่อนคนไหนที่กำลังจะเลื่อนเม้าท์ขึ้นไปข้างบน ฝากบอกอาเจ๊สองคนข้างบนทีนะครับ ว่าผมจบกระทู้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง แล้วทีหลังเม้าท์กันเบาเบาหน่อยนะ ชาวบ้านเค้าได้ยินกันหมดแล้ว ขอบคุณมากครับ ลานะครับ

~ โดย sanookpradesh บน กันยายน 25, 2007.

2 Responses to “HongKong & Macau 07..หายใจเข้าคราวนั้น..เก็บมาเล่าที่คราวนี้”

  1. ๕๕๕๕๕

    เข้ามาขำก่อน

    พี่สนุกโผล่ไปบล็อกนู๋ด้วยเน้อ มีงานให้พี่ทำ หุๆๆๆ อุอิ อุอิ ;-)

  2. แอบดูรูป+อ่านโปรแกรมกันมาขนาดนี้
    ไม่ก๊อปไม่ได้แล้ว
    ฮ่าๆๆ
    ท่าทางเราจะไม่ไช่คนแรก และไม่ใช่คนสุดท้าย(ที่ก๊อปโปรแกรมทัวร์)

ใส่ความเห็น