เวียตนาม….06….ฮอยอัน เราคงรักกัน

ผมหลับหลับตื่นตื่น พลิกตัวซ้ายขวาอยู่ในวงล้อมของกองปลายมุ้ง อาโออิหลับสนิทเสมือนเข้ารอบสี่คนสุดท้ายการแข่งขันนอนนานชิงแชมป์โลก (Long Sleep World Cup เอาตรงตัวทีเดียว) ไม่ใช่ว่ามันไม่เหนื่อย ใช่ว่าไม่เพลีย แต่มันนอนไม่หลับ ระแวง ผมมีความรู้สึกประหลาดวูบวาบที่ปลายเตียง แนวระนาบสายตายิงจากในมุ้งออกไปที่ปลายเตียงรู้สึกได้ถึงอะไรซักอย่างขาวขุ่น ไม่ชัดเจนแต่รู้สึกได้ ผมรู้สึกได้ว่ามีมวลสารก่อตัวอยู่ตรงนั้น เป็นรูปเป็นร่าง ไม่เอาไม่มองต่อ ข่มตานอนให้ได้ต่อไป อะไรก็ช่าง เดี๋ยวก็เช้าแล้ว กาแฟที่นี่อร่อยนะ ไม่นานก็ได้กิน นอนซะ
ภาวะในร่างกายของผมเรียกได้ว่าตื่นเต็มตัว ถ้าให้ผมลุกขึ้นมานั่งอ่านตำราหัดขับเครื่องบินตอนนี้ พรุ่งนี้ผมจะขับเครื่องบินได้ ถ้าให้ผมเริ่มหัดตีเทนนิสตอนนี้ ผมจะเก่งจนกระทั่งมีแฟนที่สวยที่สุดในโลก ร่างกายตื่นตัวเต็มกำลัง คิดไม่อาจออกได้ว่าจะข่มตาหลับด้วยวิธีใดได้ ความระแวงอะไรบางอย่างที่ปลายเท้ายังทำหน้าที่ของมันอย่างกับพนักงานดีเด่น ที่ไม่ค่อยชอบยอมลาพักร้อน ลุกขึ้นมาต่อกรกับความจริงเถอะ มวลสารที่รัก
ยันตัวขึ้นอยู่ในท่านั่งกึ่งนอน ปรับจูนสายตาให้อยู่โหมดเดียวกับความสว่างห้อง ร่างกายทำงานไม่บกพร่อง สายตาเพ่งนิ่งไปตรงจุดเกิดเหตุ จุดเกิดก้อนขาวขุ่น มวลที่ปลายเตียง ไม่นานสายตาก็โฟกัส รู้สึกได้ทันทีว่านั่นคือสิ่งมีชีวิต มีการคลื่อนที่เฉพาะช่วงหายใจเข้าออก ทีละน้อย แผ่วเบา (ผมหันไปขอตัวช่วยกับอาโออิ เอ่อ..ลืมไป กำลังนอนเอาถ้วย) มวลสารอากาศธาตุแปลงกายจากที่บิดเบี้ยวไม่เป็นรูปร่าง เริ่มขยับเขยื้อน สิ่งที่อยู่ตรงข้ามหน้าผมคงจับรู้สึกสำนึกได้ว่าผมเพ่งมองอยู่ ลักษณะคล้ายคนเข้าไปทุกขณะ ไม่นานก้อนสารคล้ายคนกำลังลุกขึ้นยืน เชื่องช้าแม่นยำ ผมยังคงนั่งนิ่งเกร็ง ตาจ้องเขม็ง ไม่แม้แต่กระพริบ ผมไม่ได้กระพริบตายาวนานขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ หรือว่าชั่วชีวิต อาโออิที่นั่นมีการแข่งขันประเภทตาค้างนานที่สุดไม๊นะ
มวลสารระยะตรงข้ามดูคล้ายเพศชาย กำยำล่ำสัน ความห่างจากจุดนี้ไม่น่าเกินหนึ่งเมตร เวลาตอนนี้คงหยุดนิ่ง เข็มวินาทียังหยุดนิ่งเพื่อรอ ผมหายใจกระชั้นเงียบเชียบ มวลสารเพศชายใส่เสื้อรัดรูปสีเหลืองขาว กางเกงสีดำรัดรูป แค่นั้นเรียบง่าย สิ่งที่อาจจะโดดเด้งที่สุดในร่างกายของเค้าคงจะเป็นกำไลสีเหลืองที่ข้อมือขวา ไม่หลวมแต่ดูกระชับ ถ้าผมเป็นเพื่อนสนิทกับเค้า สิ่งแรกที่ผมจะเตือนน่าจะเป็นกำไลนั้น เฮ้ยเพื่อน ข้อใดไม่เข้าพวก-กำไลเอ็งไง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะเตือนใคร นี่มันเรื่องอะไรกันนะ
พลันช่วงเวลาหายใจเข้าไม่ทันสุดสูด มวลสารเพศชายขาวขุ่นเบาบาง เข้ามานั่งประชิดตัวผม ผมได้กลิ่นเหงื่อ ไม่ทันที่ผมจะเผยอปากเอ่ย
“คุณกลัวผม” การสื่อสารทะลุผ่านม่านมุ้ง
“คุณทำให้ผมกลัว” นี่มันภาษาอะไรกัน เราต่างเข้าใจ
“ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ไม่นาน”
“คุณต้องการอะไร” อากาศไม่หนาว แต่เสียงเครือเหมือนคุยกันแถวแอนตาร์กติก
“คุณรู้จักผมไม๊”
“คุ้น แต่ไม่มักจี่”
“ผมเป็นนักกีฬา”
“ดูจากการแต่งกายแล้ว คุณไม่น่าทำงานแบงค์ชาติ”
“นั่นโจ๊กจากประเทศคุณเหรอ”
“เพื่อนผมน่าจะชอบ พวกเราเรียกมันว่ามุก”
“ผมชื่อ แลนซ์”
“คล้าย อยู่”แล้น” อะเหรอ วัยรุ่นบ้านผมพูดคุยกันภาษานั้น”
“คุณขำดี”
“ขอบคุณ”
“แลนซ์ อาร์มสตรอง”
“ว้าว ตอนคุณไปเหยียบดวงจันทร์นั่นมันเรื่องจริงหรือสร้างฉากครับ”
“คุณคงไม่รู้จักผม ผมเสียใจ ผมอาจขอตัวก่อนดีกว่า”
“โอว คุณแลนซ์ อย่าเพิ่งน้อยใจครับ ผมอำเล่น พวกเราชอบมุก เอ่อ..โจ๊กแบบนี้อะครับ ผมรู้จักคุณอยู่แล้ว ผมเป็นคนฟัง เพลงแจ๊ส คุณดังออกจะตาย”
“คราวนี้ ไม่เป็นไรจริงจริงครับ ผมคงต้องกลับจริงจริงแล้ว”
“อิอิ ผมหยุดหละครับ อำนิดอำหน่อย ฝรั่งอย่างคุณก็น้อยใจซะแล้ว ทีคุณทำให้ผมกลัวตั้งนาน ผมยังไม่น้อยใจเลย”
“ถ้าผมทำให้คุณกลัว ผมขอโทษ”
“ใส่หนังยางที่ข้อมืออย่างนี้ ชุดแบบนี้ วงการนักบินอวกาศ หรือ วงการแจ๊ส ไม่ต้อนรับคุณแน่”
“ไม่รู้ ผมไม่เคยลอง”
“แลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นน่องเหล็กชื่อก้องโลก แชมป์แล้วแชมป์เล่า ป่วยเป็นมะเร็ง ลุกขึ้นต่อสู้โรคร้ายด้วยหัวใจนักสู้ กลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง สร้างสัญลักษณ์ผ่านเส้นยางคล้องข้อมือให้กับผู้ท้อแท้สิ้นหวังทั่วโลก LIVE STRONG ”
“ยืดยาว ครบถ้วน”
“เส้นยางคุณแพงเกินไป เลยเถิด กระแส แฟชั่น ทุนนิยม ในบทส่งท้าย”
“มันก็น่าจะทำให้พวกคุณได้ฉุกคิดอะไรได้บ้าง”
“แน่นอน แต่ตอนนี้เรามีจตุคามมาแทนที่กระแสท่านแล้ว ไทยไทยไม่อินเตอร์ เมื่อก่อนทีของวัยรุ่น ถึงทีผู้ใหญ่บ้างนะทีนี้”
“ผมไม่เข้าใจ”
“ช่างเถอะ ผมเองยังไม่เข้าใจเลย ว่าแต่ว่าคุณมาทำให้ผมกลัวทำไมอะ ผมมาเที่ยวนะ”
“พรุ่งนี้คุณจะนึกถึงผม รอจนถึงพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้ผมจะนึกถึงคุณ ทำไม ทำไมผมต้อง………”
ไม่ทันที่ผมจะได้เสวนากับคุณแลนซ์ได้จบประโยค มวลสารขาวขุ่นก็สลายตัว ละม้ายคล้ายลมกระโชกพัดหอบเอาควันธูปหายวับหมดจด ไม่ทันได้ลาจาก ยังมีอีกหลายมุกจ้องจะยิง ยังไม่ได้บอกว่ายางพี่ที่ประตูน้ำขายยกโหล ยังไม่ทันบอกว่าคนบางคนยังเข้าใจผิดว่ายางพี่แปลว่า “ชีวิตที่แข็งแรง” แดดเช้าแยงตาซ้ายแล้ว ผมสะดุ้งตื่น

ตอนนี้ยังเช้าอยู่ อะไรซักอย่างยังค้างเติ่งอยู่ในหัว ผมย่องออกจากห้องโดยไม่รบกวนการแข่งขันของอาโออิ ป่านนี้คงใกล้จะได้ผู้ชนะเลิศแล้วหละ ผมเดินมาดูตลาดเช้าของฮอยอัน ตลาดเช้ายังคงเป็นตลาดเช้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนบนโลก ตลาดที่ฮอยอันก็ไม่เว้น ภาพสะท้อนความเป็นชีวิตของคนที่นี่เป็นภาพแจ่มชัดตรงหน้า ความจอแจวุ่นวาย การซื้อขายที่ไม่เว้นจังหวะหายใจ ข้าวของหลากร้อยชนิดวางขายทั้งบนพื้นข้างทาง บนแผงไม้ที่ประกอบกันขึ้นมาชั่วคราว ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าตลาดนี้ยังขาดอะไรบ้างกับการดำรงชีวิตพื้นฐาน แต่ที่แน่แน่ผมไม่สามารถฟันธงได้ว่าอะไรมันเยอะกว่ากันระหว่างมอเตอร์ไซด์กับผักสด

กาแฟเช้านี้ที่ Tran Xuan ยังอร่อยลิ้นชุ่มกระเดือกตอนที่มันไหลผ่านช่องรับรสนั้น ไม่ผิดหวัง สมกับที่ตั้งคอคอย เช้านี้เป็นเช้าสุดท้ายที่นี่ เราเช็คเอาท์ออกจากที่นี่มุ่งหน้าสู่รังนอนรังใหม่ An Phu
ถ้าฮอยอันเปรียบดั่งหน้าคน Tran Xuan จะอยู่ทางด้านหูซ้าย An Phu จะอยู่ทางด้านหูขวา เรียกได้ว่าอยู่กันคนละฝั่งเมืองทีเดียว แต่ด้วยความที่ฮอยอันเป็นเมืองเล็กเล็ก ระยะทางจากหูซ้ายไปหูขวา ดูจากแผนที่แล้วคงอยู่แถวแถวกิโลนึง เรากำลังจะเดินเอาโดยผ่านเส้นทางเส้นร่องหน้าผาก เพราะถ้าใช้เส้นทางเจริญระแวกจมูกกับปากดูจะอ้อมเอาการมิใช่เล่น
ระยะทางร่วมกิโลน่าจะดูเหมือนใกล้ แต่ถ้าจะต้องเดินทางร่วมกับเป้ใบโข่งเสมือนจะต้องแบกเด็กห้าขวบที่ขี่ก๋องติดหลังไปด้วยแล้ว ระยะทางที่ว่าใกล้กลับถูกบวกไปทวีคูณ เดินยิ่งไกลยิ่งไม่เข้าใกล้ หรือผมกำลังเดินอยู่บนลู่วิ่งออกกำลังกายเนี่ย ไหลเรื่อยไม่มีที่หมายคืองานของมัน อากาศก็ทำยังกับว่าวันนี้เป็นวันตากผ้าโลก ร้อนไปไหน ใครมองว่าการแบกเป้เที่ยวดูเจ๋ง เท่ห์ แมน แจ่ม ได้มาซึ่งประสบการณ์แปลกใหม่ ดูกรณีนี้เป็นตัวอย่าง มนุษย์แบกเป้โง่โง่ ยังมีเยอะครับพี่น้อง ขี้เหนียวงี่เง่าไม่เข้าท่า ทีกินกาแฟแกล้มฝรั่งไม่เสียดายเงิน ทีงี้ทำเดิน สมน้ำหน้ามัน(ขอเป็นคนนอกชั่วคราว) เดินกลับฮานอยเลยดิ
ถึง An Phu ก่อนเวลาเช็คอินเล็กน้อย พนักงานพาเราเดินไปส่งที่ห้อง เฮ้ย…นี่มันไม่ใช่ห้องที่โชว์แบบวันแรกนิหว่า ไมทำกันงี้อะ เล่นตูอีกแล้วซิพี่เวียต เด่งเดินกลับที่เก่านะ(งี้เรียกโง่ประชด) เราก็โวยวายไป ซักพักก็พาเรากลับมานั่งสงบสติที่ล็อบบี้ แจ้งว่าเกิดความเข้าใจผิดกัน เดี๋ยวให้เก็บห้องมีระเบียงก่อนนะแขกเพิ่งเช็คเอาท์ รอเดี๋ยวนะ เอากะเค้าซิ นี่ถ้าเราเออออไปก็คงลงเอยที่ห้องนั้นละนะ ลับเหลี่ยมสมาธิกันทุกวันเลยนะพี่เวียต

ไม่นานเราก็เข้าห้อง สุดท้ายโดนทดสอบอีกจนได้ มันคนละแบบกับที่ให้ดูวันแรกอยู่ดี แต่ห้องกว้างกว่าห้องแรกที่ยัดเยียดเรา หมดแรงแล้วหละ ห้องนี้ก็ได้ นอนมันแค่คืนเดียว เบื่อหน่าย ใครสมาธิไม่ค่อยดีแนะนำให้มาเที่ยวเวียตนามซักอาทิตย์นึง กลับไปน่าจะใช้ประโยชน์เรื่องสมาธิเป็นปี โดยอัตราส่วนที่ได้การฝึกสมาธิแนวท่องเที่ยวเวียตนาม 1 อาทิตย์ นำไปใช้ได้ 1 ปี (หมายเหตุ : ระยะสมาธิ 1 ปี อาจได้มากกว่าหรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบุคคลในเวียตนามพึงจะได้รับการฝึก)
วันนี้เรายังไม่มีแผนอะไรเลย เราแค่อยากอยู่ที่นี่ ที่ฮอยอันเท่านั้น เที่ยงกว่าเราลงไปหาอะไรกินแถวแถวโรงแรม (ออข้อดีของ An Phu ที่เรามองเห็นคือมันมีสระน้ำขนาดไม่ใหญ่ไม่จิ๋วไว้บริการด้วย หรือว่าวันนี้จะเล่นน้ำมองฟ้าฮอยอันเฉยเฉยดี)ก้าวเท้าออกจากหน้าโรงแรมได้ไม่ถึง 2 ก้าว คล้ายมีสายฟ้าฟาดลงกลางหน้าผาก ตาพร่ามัว ภาพข้างหน้าเป็นสีขาวแสบตา ผมอยากทรุดตัวลงนั่ง ไม่ทันได้คิดจบ ผมกองลงกับพื้น หลับตาสนิท แสบตาเกินไปที่จะลืมตาตอนนี้ เกิดอะไรขึ้นเนี่ยสภาวะในดวงตาตอนนี้ว่างเปล่า แม้แต่จุดที่เล็กที่สุดก็มองไม่เห็น จากที่เห็นแต่สีขาวแสบตาไม่ช้าความมืดเริ่มคลานเข้ามาแทนที่ มืดสนิทดำเมี่ยม แต่ยังว่างเปล่า ผมค่อยค่อยลืมตาทีละน้อย ทีละน้อย ช้าแต่คงตัว ภาพแรกที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้า ชัดเจน ไม่แม้แต่ผิดที่รายละเอียด นั่นมัน “ร้านเช่ารถจักรยาน”
ป้าแก่แก่ที่ร้านเช่ารถจักรยานโบกมือเรียกเราอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมไม่รู้จักป้า เราไม่น่าเป็นญาติกัน ป้าตะโกนโหวกเหวกฟังไม่ได้ศัพท์ ผมเดินเข้าไปหาแก อาการผมกลับมาเป็นคนอีกครั้ง หรือว่า..นี่มันเรื่องอะไรกัน…
“จะไปไหนกันหละจ๊ะ” ป้าถามผม
“เอ่อ..หาข้าวกินมั้งครับ” นั่นคือสิ่งแรกที่ผมคิดออก
“มาเที่ยวกันกี่วันแล้วจ๊ะ เที่ยวทั่วแล้วหรือยัง” ป้าอาจทำงานการท่องเที่ยวฮอยอัน
“ยังเลยครับ อยู่แต่ในเมือง”
“ลองเที่ยวรอบรอบเมืองซิ สวยนะ”
“ผมอยู่อีกแค่วันเดียว ณ ตอนนี้เหลือครึ่งวันแล้วครับ”
“เช่าจักรยานป้าไปปั่นรอบเมืองซิ ตกเย็นก็เห็นครบละ” ป้าดึงเรื่องเข้าธุรกิจครอบครัว
“ผมไม่ได้ขี่จักรยานมานานมากแล้ว”
“เชื่อป้าซิ คุ้มแน่ ฮอยอันรอบรอบสวยนะ เชื่อเถอะ พรุ่งนี้หนุ่มจะคิดถึงป้า”
(พรุ่งนี้คุณจะคิดถึงผม, พรุ่งนี้หนุ่มจะคิดถึงป้า, พรุ่งนี้คุณจะคิดถึงผม, พรุ่งนี้หนุ่มจะคิดถึงป้า เสียงพวกนี้กำลังดังก้องเด้งไปมาในกบาลผม นี่มันเรื่องอะไรกัน)
“วันละเท่าไหร่ครับ”
“หมื่นดองต่อวันต่อคันถ้วนจ๊ะ”
“ผมปั่นได้ถึงกี่โมงครับ”
“ป้ารอถึงสองทุ่มนะ แค่นั้นก็ทำให้ชีวิตหนุ่มแข็งแรงมั่นคงแล้วจ๊ะ LIVE STRONG” ภาษาอังกฤษป้าชัดแจ๋ว
“ถามจริง ป้าย่องเข้าไปห้องผมเมื่อคืนป่าวเนี่ย” ผมถามเป็นภาษาไทย
“ว่าไงนะหนุ่ม”
“เอ่อ..ไม่มีไรครับ นี่ครับเงิน”
ป้ายื่นเงินทอนให้ ผมเหลือบเห็นป้าคล้องยางรัดผมสีเหลืองที่ข้อมือขวา……………

ผมตั้งใจว่าบ่ายนี้จะปั่นจักรยานรอบรอบฮอยอันโดยแบ่งเป็น 4 ทิศทาง เราเริ่มต้นลงทิศใต้
จากบริเวณตลาดฮอยอัน เราขี่ข้ามสะพาน Cam Nam มุ่งหน้าสำรวจ Cam Nam Village ปั่นได้ไม่นานก็รู้สึกได้ว่าบริเวณฝั่งใต้ของเมืองตรงนี้ เป็นที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ของชาวประมงฮอยอัน แต่ละบ้านจะประกอบไปด้วยอะไรซักอย่างนึงที่เกี่ยวกับการประมงไม่มีขาด บางจุดวิวดีหน่อยก็จะถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารขนาดกะทัดรัด ต้อนรับทั้งคนท้องถิ่นและคนพลัดถิ่น

กลับจากโซนใต้เรามุ่งหน้าขึ้นเหนือ โดยเกาะถนน Nguyen Truong To ขี้นไปเรื่อยเรื่อย โซนนี้ไม่มีอะไรสะดุดตาเท่าไหร่ สามัญปกติ ตามไกด์บุ๊คทางเหนือนี่มีที่แนะนำคือ Chuc Thanh Pagoda, Phuoc Lam Pagoda และ Japanese Tombs ผมไม่ได้แวะหา

วกกลับเข้ามาที่เมืองเก่า ตั้งหลักที่สะพานญี่ปุ่น ปั่นดิ่งไปทางตะวันตก เกาะถนน Huynh Thuc Khang ไปเรื่อย ไม่นาน จะเห็นทางซ้ายเป็นแม่น้ำ Thu Bon ทางขวามือจะพบทุ่งข้าวเขียวขจี ไม่รู้คำว่าขจีจะช่วยบอกความเขียวได้แค่ไหน รู้แต่ว่ามันเขียวมาก เขียวได้ใจ เขียวขจีได้ใจ เอางี้ละกัน
ฟ้าเริ่มกลายร่างเป็นตัวอะไรซักอย่างที่เรียกว่า “มาคุ” คงเป็นตัวประหลาดจากญี่ปุ่นไม่ก็เปรู ไม่รู้ได้ รู้แต่ว่าอัตราการปั่นต้องเร่งขึ้น ต้องทำรอบให้ได้มากกว่าเท่าตัว ถ้าไม่อยากเปียกเหมือนหมา (ทำไมต้องหมา หรือว่าหมาชอบเปียกให้คนเห็น เปียกเหมือนปูน อี๋..ฟังดูเหมือนขนมเกินไป)
กลับมาตั้งหลักที่โรงแรม ถ้าเม็ดฝนยังโยนใส่ฮอยอันไม่เลิก วันนี้ของเราจะหยุดที่ตรงนี้ คงได้แต่เสียดาย ไม่นานเกินนอนหงายก่ายหน้าผากให้หายเมื่อย ขบวนแห่นางแมวคงเดินทางไปตำบลอื่นแล้ว ฝนหยุดตกเหมือนดึงปลั๊กออก ไม่ปล่อยให้โอกาศลอยนวล คว้าจักรยาน พุ่งไปเก็บตกตะวันออกโดยฉับพลัน
ขี่ไปตามถนน Nguyen Duy Hieu ที่ปลายทางมีชายหาด Cua Dai ตั้งท่ารอเราอยู่ แต่ระยะ 5 กิโลเมตรระหว่างทางนี่ซิ ไม่อาจทำตัวเมินเฉยได้เลย สวยงามเหลือเกิน มีทั้งบ้านราคาแพง โรงแรมระดับไฟว์สตาร์ (สงสัยสร้างภาพยนตร์ด้วย) เอ เส้นนี้มันเส้นไฮโซนะเนี่ย เหมาะมากกับการละลายเงินโดยไม่ต้องตำน้ำพริกก็ยังได้
ชายหาด Cua Dai สวยงามพอสอบผ่าน อย่าให้ผมเทียบกับหาดประเทศเราเลย ผมมันชาตินิยมเกินไป เสียดายที่เราอยู่ได้ไม่นาน ตะวันกำลังจะลงไปนอนกองในน้ำแล้ว การปั่นจักรยานแบบมืดมืดต่างถิ่นไม่สนุกแน่ แต่ที่แน่แน่ ตะวันตกดินตรงกลางทางสวยงามเหลือเกิน

คืนสุดท้ายในฮอยอันเราเดินข้ามสะพาน An Hoi (อยู่แถวสะพานญี่ปุ่น) ไปกินข้าวแกล้มวิวแม่น้ำ Thu Bon ฮอยอันยังโปรยเสน่ห์ไม่หยุดหย่อนแม้กระทั่งเวลานี้ คงได้เวลาบอกรักกันแล้วมั้งฮอยอัน ดูไปแล้วเราอาจจะรู้จักกันสั้นเกินไป แต่ฉันก็ว่ารู้จักเธอพอสมควรแล้วนะ เธอทำอย่างนี้บ่อยบ่อยหรือป่าวนะ เที่ยวทำให้ใครต่อใครรักเธอ แต่ใครจะแคร์หละ ฮอยอัน ฉันรักเธอ ฮอยอันเธอรักใคร ฮอยอันเราคงรักกัน…….

หมายเหตุ : พี่แลนซ์ครับ วันนี้ผมไม่ได้แค่คิดถึงพี่อย่างเดียวนะครับ ผมจะจำพี่ไปตลอดช่วงชีวิตเลยแล้วกันครับ แต่พี่รู้ไม๊ครับว่า ผมปวดตูดมากครับ แรกแรกพี่เป็นไม๊ครับ พี่เคยปวดตูดไม๊ครับ แต่ เอ่อ….คืนนี้พี่ไม่ต้องมาบอกผมก็ได้ครับ ผมจำได้เลาเลาว่า การนอนรวดเดียวจนเช้า ช่วยบรรเทาอาการปวดตูดได้ครับ

เพลิดเพลินจิงจังนะนี่
เรื่อง..มันย้าว ยาว…
อ่ะ..นึกว่าไร..
หุ หุ…แล้วมันอะไร..อ่ะค่ะ
ขออนุญาตุ ลิ้งค์ บล๊อกนะคะ..
หวัดดีครับคุณ rkain มาต่อแล้วครับ ย้าว..ยาว…กว่าเดิมอีกทีนี้ ทนอ่านนิดนะ
เรื่องลิ้งค์ ยินดีมากเลยครับ ยังไงผมขออนุญาติลิ้งค์กลับด้วนนะ ขอบคุณครับ
มาอ่านต่อแล้วค่ะ..ฮอยอัน.ฉันรักเธอ..
เพื่อนๆ..ไปเที่ยวมาแล้ว..เมื่อตอนปีใหม่ค่ะ
แต่ ข้าพเจ้า..ว่าจะไป..เที่ยวปีใหม่..หน้านี้..
เพื่อนๆ..ส่งโปสการ์ดมาให้..เป็นภาพเขียน..สวยเชียวค่ะ
..ถ่ายภาพ..งานตกแต่งโรงแรม..เล็กๆแห่งหนึ่งมาให้ดู
ราคา คืนละ 250 บาท /คน..ตกแต่งดูดี มีเสน่ห์
แต่รายละเอียดการตกแต่ง..ยังไม่ถึงขั้น..
ที่สำคัญ..ราคาถูก..ซะมัด
แต่ภาพรวม..ได้บรรยากศ..จริงๆค่ะ..สีสวยๆ
..
ไว้จะมาอ่านใหม่นะ..อันยอง
คอนเฟริมครับ ฮอยอัน น่ารัก มากมากครับ อยากเห็นโรงแรมที่ว่าจัง ยังไงไปเที่ยว ถ่ายรูปมาเผื่อด้วยนะครับ