ล้านนาพาชิว

ไปเล่นน้ำที่เชียงใหม่มา ไม่ได้กลับไปตั้งหลายปี
ความนุ่มนวลบ้าคลั่งไม่ได้ลดระดับเลยทีเดียว
ความสนุกถูกขุดขึ้นผ่ากลางอากาศที่คล้ายจะเผาโลก
จะรีบแปะรูปตามมาอีกนะเจ้า….

สภาพก่อนออกเดินทางสดใหม่คล้ายคั้นมาจากไร่

ถึงเชียงใหม่เจ็ดโมงครึ่ง เข้าพักที่ Hip Guest House
อยู่ตรงข้ามประตูช้างเผือก ด้านหลังร้านขันอาษา
ที่ที่เรายึดที่มั่นทำการศึกสงครามน้ำกันที่นี่

ราคา 500 บาท มีความคุ้มนับได้ว่าเต็มขีดราคา
แนะนำว่าห้องเบอร์ 8 เทียบชั้นห้องสวีทในระดับ 500 ด้วยกัน

เมื่อครั้นยังใส่กางเกงขาสั้นไปเรียนหนังสือ เคยมีเพื่อนอยู่คนนึงชื่อว่าสมเพชร
สมเพชรเป็นคนค่อนข้างเงียบเลยดูจะเฉียดไปทางหยิ่ง
เวลาสมเพรชถูกเรียกไปพูดหน้าห้องเมื่อไร
สมเพชรชอบถูจมูกแก้เขิน เป็นทุกครั้งไป ยิ่งยงคงจะแอบเห็น
ไม่ได้เจอเพื่อนสมเพชรมานานมากแล้ว
วันนี้ดีใจจัง ไม่ได้เจอ ได้กินก็ยังดี โจ๊กสมเพชร

การเดินทางคือสายตาของนักเขียน
การนอนหลังกินอิ่มคือการพักตาของนักเขียน

เทศกาลกับของมึนหัว น่าจะเป็นคู่แฝดที่พลัดพรากแล้วถูกลากมาเจอกัน

ถ้ารู้ตัวว่าไม่สัดทัดการทำตัวให้เปียก
การแอบมองหญิงก็เป็นทางเลือกที่พึงกระทำ

เวลาคลานผ่านบ่ายคล้อย แต่ความบ้าคลั่งในการทำลายน้ำขนาดมหภาค ยังไม่ย้อยคล้อยเย้มเลย

สังเกตได้ว่าตัวชุ่มทีเดียว แต่หน้าแห้งได้ตลอดเวลา แว่นซะเท่าโล่ห์ ทำงานเทียบโลชั่นสำหรับหน้าแห้ง

ปิดคืนด้วยกาแฟวาวี ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงโวยวาย

เช้าแจ้ง ก้มหน้าก็ช้างน้อย เงยหน้าก็ช้างน้อย

ไปกินอาหารบังคับ ณ เชียงใหม่
ร้านที่ถ้าเป็นทีมฟุตบอลคงได้แค่แต้มเดียวจนพร่ำเพรื่อ ข้าวซอยเสมอใจ

ท้าทายข้าศึกแต่หัววันด้วยการโดดท้าทาย โดดเยาะเย้ย โดดเรียกแขกด้วยเลยละกัน

การกลับมาของคีตาคงต้องขวยอายคล้ายเจ้าสาวในวันแต่งงานแบบคลุมถุงชน
เมื่อเจอการรวมตัวของสามสาวทีสก็อยยย……

ท่าการสาดน้ำในประเพณีเรานั้น เทียบลีลาความสวยงามได้ชั้นเดียวกับยิมนาสติกลีลาใหม่เลยทีเดียว
เสียดายยังไม่ถูกบรรจุเข้าสู่กีฬาโอลิมปิก เอเชี่ยนเกมส์ยังเมิน ซีเกมส์ได้แต่ส่ายหน้า
ผู้เข้าแข่งขันท่านนี้เรียกคะแนนหวีดร้องจากสาวสาวได้ไม่เลว
การสาดโดยทิ้งน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าข้างเดียวถือเป็นท่ายาก
สายน้ำพุ่งออกจากถังเป็นแผ่นแผ่กระจายได้เป้าหมายเป็นวงกว้าง
ถูกตัดคะแนนตรงส่วนของตำแหน่งเป้าหมาย คลาดไปอย่างที่เรียกได้ว่าฉิวเฉียด
กรรมการทั้ง 5 ท่าน ให้คะแนนรวมออกมาเป็น 9.145 ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

ปิดคืนที่ Warm Up เห็นแม่หญิงที่มาเที่ยวกันแล้ว ต้องข่มใจให้ตัวเอง Warm Down ดีกว่า

วิวจากลานหน้าห้องเบอร์ 8

เศษซากอาวุธหมดกรรมสิ้นความหมาย
ละม้ายคล้ายการนั่งทำงานจนดึกดื่นค่ำมืด
เพียงเพื่อที่จะรอลูกค้าแก้ไขในยามรุ่งสาง

เคลื่อนขบวนเฮโลไปกินส้มตำตากอากาศ นิมมานเหมินทร์

ยกครก ยกซด

ไปเขวี้ยงเวลาทิ้งที่วาวีมันอีกซักที
วันนี้ที่กาแฟวาวีมีเสียงโหวกเหวกฟังคล้ายโวยวายเหมือนกันนะ
เค็กที่นี่อร่อยดีหวะ

หลังจากที่ใช้ชีวิตเหลวแหลกมาได้พักใหญ่ สุรา นารี บุรุษเพศ ฆ่ายุง ฝักใฝ่ทุนนิยม ทำลายธรรมชาติทางอ้อมโดยการทะเลาะกับน้ำ
เราจึงหันหน้าเข้าวัด
วัดอุโมงค์

ไหว้ครูบา

ศึกษาและทำความเข้าใจกับประเพณีท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ร้านนี้ ลำแต๋แต๋ ลำแต๋ลำว่า โอย…กัดต๊องขนาด..

กลับกันได้ซะที อาศัยน้าแอ็ด สมบัติทัวร์ ให้ช่วยบริการ
เดินหาอีกหน่อยคงเห็น สรพงศ์ทัวร์ อรัญญาทัวร์ พอลล่าทัวร์ พอเหอะ

เช้านี้ที่กรุงเทพ ไม่เอาน่า มัน 6 โมงเช้า อย่าไปหวังอาไรลมลมแล้งแล้ง
หมายเหตุ : รูปบางรูปขโมยน้อง kicapu มานะ
ชมบางส่วนเพิ่มเติมได้ที่ www.kicapu.multiply.com

โอยยยยยย โพสแล้วๆๆๆ น่าสนุกจัง เห็นแล้วอยากไปด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยย =)
จบซะแล้ว ราวกับทริปเช้าไปเย็นกลับ
ว่าแต่ฝรั่งคนนั้นเป็นใครเหรอคะ อิอิ
^^
เอิ้กๆ ได้อ่านแบบจบๆ ซะที แต่กรุงเทพ ตอนหกโมงนี่เจ๋งจริง
ทริปนี้มันส์มากขอบอก อิอิ